ชนิดของกระดาษ

การจำแนกกระดาษสามารถจัดแบ่งได้หลายวิธี ในที่นี้จะจัดแบ่งชนิดของกระดาษที่ใช้ในวงการพิมพ์
ซึ่งสามารถรวบรวมได้ดังนี้


กระดาษปรู๊ฟ เป็นกระดาษที่มีส่วนผสมของเยื่อบดที่มีเส้นใยสั้น และมักนำเยื่อจากกระดาษใช้แล้วมาผสมด้วย
กระดาษปรฟู๊ มีน้ำ หนกั เพยี ง 40-52 กรัม/ตารางเมตร มสี อี มเหลอื ง ราคาไมแ่ พงแตค่ วามแขง็ แรงนอ้ ย เหมาะสำ หรบั
งานพิมพ์หนังสือพิมพ์ และเอกสารที่ไม่ต้องการคุณภาพมาก


กระดาษแบ้งค์ เป็นกระดาษบางไม่เคลือบผิว น้ำหนักไม่เกิน 50-70 กรัม/ตารางเมตร มีสีให้เลือก 4 สี
ใช้สำหรับงานพิมพ์แบบฟอร์มต่างๆ


กระดาษปอนด์ เป็นกระดาษที่ทำจากเยื่อเคมีที่ผ่านการฟอกและอาจมีส่วนผสมของเยื่อที่มาจากเศษผ้า
มีสีขาว ผิวเรียบไม่เงา น้ำหนักอยู่ระหว่าง 60-120 กรัม/ตารางเมตร ใช้สำหรับงานพิมพ์ที่ต้องความสวยงาม
ปานกลาง พิมพ์สีเดียวหรือหลายสีก็ได้ เป็นกระดาษที่นิยมใช้มาก ในงานพิมพ์หนังสือ และงานพิมพ์ต่างๆ ทั่วๆ ไป


กระดาษอาร์ต เป็นกระดาษที่ทำจากเยื่อเคมี (เยื่อที่ผลิตโดยใช้สารเคมี) และเคลือบผิวให้เรียบด้านเดียว
หรือทั้งสองด้าน การเคลือบอาจจะเคลือบมันเงาหรือแบบด้านก็ได้ มีสีขาว น้ำหนักอยู่ระหว่าง 80-160 กรัม/
ตารางเมตร ใช้สำหรับงานพิมพ์ที่ต้องการความสวยงาม งานพิมพ์สอดสี เช่นแคตตาล็อก โบร์ชัวร์


กระดาษการ์ด เป็นกระดาษที่มีความหนาและแข็งแรงประกอบด้วยชั้นของกระดาษหลายชั้น ชั้นนอก
สองด้านมักเป็นสีขาว บางชนิดมีผิวเคลือบมันเรียบ ซึ่งเรียก กระดาษอาร์ตการ์ด น้ำหนักกระดาษการ์ดอยู่
ระหว่าง110-400 กรัม/ตารางเมตร ใช้สำหรับทำปกหนังสือ บรรจุภัณฑ์ที่มีราคา เช่นกล่องเครื่องสำอาง


กระดาษกล่อง เป็นกระดาษที่ทำจากเยื่อบด และมักนำเยื่อจากกระดาษใช้แล้วมาผสม มีสีคล้ำไปทางเทา
หรือน้ำตาล ผิวด้านหนึ่งมักจะประกบด้วยชั้นของกระดาษขาวซึ่งอาจมีผิวเคลือบมันหรือไม่ก็ได้เพื่อความสวยงาม
และพิมพ์ภาพลงไปได้ หากเป็นกระดาษไม่เคลือบ จะเรียก กระดาษกล่องขาว หากเป็นกระดาษเคลือบผิวมัน
จะเรียก กระดาษกล่องแป้ง น้ำหนักกระดาษกล่องอยู่ระหว่าง 180-600 กรัม/ตารางเมตร ใช้สำหรับทำสิ่งพิมพ์
บรรจุภัณฑ์ เช่น กล่อง ป้ายแข็ง ฯลฯ


กระดาษแข็ง เป็นกระดาษหลายชั้นแข็งหนาทำจากเยื่อไม้บดและเยื่อกระดาษเก่า มีผิวขรุขระสีคล้ำ มีคำเรียกกระดาษชนิดนี้อีกว่า กระดาษจั่วปัง น้ำหนักมีตั้งแต่ 430 กรัม/ตารางเมตรขึ้นไป ใช้ทำใส้ในของปกหนังสือ ฐานปฏิทินตั้งโต๊ะ บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ


กระดาษแฟนซี เป็นคำเรียกโดยรวมสำหรับกระดาษที่มีรูปร่างลักษณะของเนื้อและผิวกระดาษที่ต่างจาก
กระดาษใช้งานทั่วไป บางชนิดมีการผสมเยื่อที่ต่างออกไป บางชนิดมีผิวเป็นลายตามแบบบนลูกกลิ้งหรือตะแกรงที่
กดทับในขั้นตอนการผลิต มีสีสันให้เลือกหลากหลาย มีทั้งกระดาษบางและหนา ประโยชน์สำหรับกระดาษชนิดนี้
สามารถนำไปใช้แทนกระดาษที่ใช้อยู่ทั่วไป ตั้งแต่นามบัตร หัวจดหมาย ไปจนถึงกล่องบรรจุภัณฑ์


กระดาษอื่นๆ นอกจากกระดาษชนิดต่าง ๆ ที่เอ่ยมาข้างต้นแล้ว ยังมีกระดาษชนิดอื่น ๆ อีก เช่น กระดาษ
ถนอมสายตา กระดาษกันปลอม (Security Paper) กระดาษเอ็นซีอาร์ (Carbonless Paper) กระดาษสังเคราะห์
กระดาษสติ๊กเกอร์ ฯลฯ

ชนิดของกระดาษ

ลูกค้าโดยมากจะใช้กระดาษมาตรฐาน ที่เหมาะกับงานพิมพ์ในประเทศไทย เช่นกระดาษ อาร์ตมัน อาร์ตด้าน
อาร์ตการ์ด กระดาษถนอมสายตา กล่องแป้งหลังเทา กล่องแป้งหลังขาว เพราะหาง่าย และราคาถูก แต่ก็มี
ลูกค้าบางส่วนที่เห็นงานพิมพ์จากเมืองนอกและต้องการจะใช้กระดาษชนิดเหล่านั้น โดยทางโรงพิมพ์จะเรียก
กระดาษเหล่านี้ว่า “กระดาษพิเศษ” แต่เพราะบางชนิดไม่มีของประเทศเราต้องนำเข้ารอหลายเดือน
ชนิดและรายละเอียดของกระดาษที่ใช้กันในปัจจุบัน
เนื่องจากแหล่งผลิตกระดาษมาจากหลาย ๆ แหล่งและมีความแตกต่างกันในกรรมวิธีการผลิตและการกำหนด
รายละเอียด ข้อมูลตามตารางข้างล่างจึงเป็นแนวทางเพื่อให้เห็นภาพรวม ในทางปฏิบัติอาจมีรายละเอียดที่ต่างกัน
ออกไป

มาตรฐานรหัสชุด A
มาตรฐานขนาดกระดาษชุด A เป็นมาตรฐานในระบบ ISO ซึ่งเป็นระบบเมตริก จะกำหนดรหัส A0 ให้มีขนาด
พื้นที่เท่ากับ 1 ตารางเมตร จากการคำนวณจะได้ขนาดของ A0 เท่ากับ 841 x 1189 มิลลิเมตร เมื่อทำการแบ่งครึ่ง
จากขนาด A0 ดังกล่าว ขนาดใหม่ที่ได้ตั้งเป็นรหัส A1 หากทำการแบ่งไปเรื่อย ๆ ก็จะได้รหัสA2, A3, A4 .... มาตรฐาน
ชุดนี้ เป็นมาตรฐานที่สร้างความคุ้นเคยและถูกนำใช้กันแพร่หลายโดยเฉพาะขนาด A4 ซึ่งมีขนาด 210 x 297
มิลลิเมตร เป็นขนาดของกระดาษถ่ายเอกสารที่ใช้กันมาก กระดาษหัวจดหมาย หนังสือ นิตยสาร ฯลฯ และถ้านำ
กระดาษขนาด A4 ที่มีน้ำหนักเท่ากับ 80 กรัมต่อตารางเมตร กระดาษมาชั่งจะมีน้ำหนักอยู่ที่ 5 กรัมพอดี ทำให้ผู้ใช้
สะดวกในการหาน้ำหนักของกองกระดาษดังกล่าวโดยใช้วิธีนับจำนวนแผ่น

     
 2A  1189 x 1682 mm.  46.81 x 66.22 in.
 A0  841 x 1189 mm.  33.11 x 46.81 in.
 A1  594 x 841 mm. 23.39 x 33.11 in.
  A2  420 x 594 mm. 16.54 x 23.39 in.
 A3  297 x 420 mm. 11.69 x 16.54 in.
 A4  210 x 297 mm.  8.27 x 11.69 in.
 A5  148 x 210 mm.  5.83 x 8.27 in.
 A6  105 x 148 mm.  4.13 x 5.83 in.
 A7  74 x 105 mm. 2.91 x 4.13 in.
 A8  52 x 74 mm. 2.05 x 2.91 in.
 A9  37 x 52 mm. 1.46 x 2.05 in.
 A10  26 x 37 mm. 1.02 x 1.46 in.

 มาตรฐานรหัสชุด B
มาตรฐานรหัสชุด B นี้จะเป็นที่คุ้นเคยน้อยกว่ารหัสชุด A วิธีการกำหนดขนาดในรหัสชุดนี้เริ่มโดยให้รหัส B1 มี
ขนาดอยู่ระหว่าง A0 กับ A1 และให้มีระยะด้านสูงเท่ากับ 1 เมตร ทำให้ด้านกว้างเท่ากับ0.707 เมตร (มาจากข้อ
กำหนด ความสูงหารความกว้างเท่ากับสแควร์รูทของสอง) ดังนั้น ขนาดของรหัสชุด B จะมีด้านใดด้านหนึ่ง เป็นครึ่ง
หนึ่ง หรือหนึ่งในสี่ หรือหนึ่งในแปดของ 1 เมตรไปเรื่อย ๆ งานที่นิยมใช้มาตรฐานรหัสชุดนี้คืองานโปสเตอร์ หนังสือ
(ใช้ B5) พาสปอร์ต ซองเอกสาร

     
B0 1000 x 1414 mm. 39.37 x 55.67 in.
B1 707 x 1000 mm.  27.83 x 39.37 in.
B2  500 x 707 mm.  19.68 x 27.83 in.
 B3 353 x 500 mm. 13.90 x 19.68 in.
B4  250 x 353 mm.  9.84 x 13.90 in.
B5 176 x 250 mm.   6.93 x 9.84 in.
 B6 125 x 176 mm.  4.92 x 6.93 in.
B7 88 x 125 mm. 3.46 x 4.92 in.
B8   62 x 88 mm.  2.44 x 3.46 in.
 B9 44 x 62 mm. 1.73 x 2.44 in.
 B10  31 x 44 mm. 1.22 x 1.73 in.

 มาตรฐานรหัสชุด C
รหัสชุดนี้มีไว้ใช้กำหนดขนาดของซองใส่เอกสาร ที่เลขเดียวกัน รหัสของ C จะใหญ่กว่าของ A แต่เล็กกว่าของ B
ดังนั้น กระดาษจดหมาย A4 จะสามารถใส่ลงในซองขนาด C4 และซองขนาด C4 ก็จะใส่ลงในซอง B4 ได้พอเหมาะ

     
C0 917 x 1297 mm. 36.10 x 51.06 in.
C1 648 x 917 mm. 25.51 x 36.10 in.
C2  458 x 648 mm.  18.03 x 25.51 in.
C3  324 x 458 mm. 12.76 x 18.03 in.
C4 229 x 324 mm. 9.02 x 12.76 in.
C5 162 x 229 mm.   6.38 x 9.02 in.
C6 114 x 162 mm.  4.49 x 6.38 in.
C7 81 x 114 mm. 3.19 x 4.49 in.
C8  57 x 81 mm.  2.24 x 3.19 in.
 C9 40 x 57 mm. 1.57 x 2.24 in.
 C10   28 x 40 mm. 1.10 x 1.57 in.

 กำลังมองหาที่ออกแบบและรับพิมพ์งาน...ติดต่อเราเลย ! บริษัทสามเจริญพาณิชย์ จำกัด โทร. 028854932-4